28 กันยายน 2560
ช่วยผมด้วย แบทแมน
แบทแมนเป็นตัวละครในการ์ตูนซุปเปอร์ฮีโร่ที่คนทั้งโลกรู้จักกันดีจากบทบาทอัศวินรัตติกาลที่ออกมาปราบปรามกำจัดเหล่าคนร้ายในยามค่ำคืนของเมืองก็อทแธมซิตี้ซึ่งเป็นเมืองในจินตนาการที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์คซิตี้
หน้าฉากของแบทแมนคือมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน Bruce Wayne เจ้าของกิจการ Wayne Enterprises ที่ธุรกิจแทบจะทุกอย่างในเมืองก็อทแธมเป็นของเขา จุดเริ่มต้นของแบทแมนมาจากการที่บรูซได้เห็นพ่อและแม่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตในขณะที่เขายังเป็นเด็ก ทำให้เขาตั้งใจที่จะจับคนร้ายมาลงโทษให้ได้ด้วยมือของเขาเองโดยไม่พึ่งกฎหมาย ซึ่งการตายของพ่อแม่เป็นปมในใจแบทแมนอยู่ตลอดชีวิต
ด้วยฐานะร่ำรวยและสติปัญญาที่เฉียบแหลม ประกอบกับความมุ่งมั่นของบรูซทำให้เขากลายมาเป็นแบทแมน ซุปเปอร์ฮีโร่ผู้ไม่มีพลังวิเศษ แต่มีเครื่องมือและอุปกรณ์แสนไฮเทคและมีอัลเฟรด พ่อบ้านผู้ซื่อสัตย์คอยช่วยเหลือในการไล่ล่าคนร้าย
ประเด็นการตั้งตัวเป็นศาลเตี้ยของแบทแมนที่มาทำหน้าที่คอยกำจัดเหล่าคนพาล ช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอ โดยไม่สนใจกระบวนการทางกฎหมาย กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในโครงเรื่องของหนัง แบทแมนภาคต่อที่ฉายในปี 2016 เรื่อง Batman v Superman: Dawn of Justice
การปะทะกันระหว่างแบทแมนกับซุปเปอร์แมนในหนังเรื่องนี้ แบทแมนมองว่าซุปเปอร์แมนเป็นภัยคุกคามในฐานะที่เป็นผู้มีพลังวิเศษเหนือมนุษย์ ไม่อาจควบคุมได้และอาจจะทำลายมนุษยชาติเพราะอย่างไรเสียซุปเปอร์แมนก็เป็นมนุษย์ต่างดาวจากดาวคริปตัน ส่วนซุปเปอร์แมนก็เขียนบทความโจมตีแบทแมนลงในหนังสือพิมพ์เดลี่แพลนเน็ตที่แฝงตัวทำงานอยู่ กล่าวหาแบทแมนจากการทำตัวเป็นผู้พิทักษ์นอกกฎหมาย ใครสนใจหนังก็ไปตามดูกันต่อ
ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบลุงวิศวกร ถ้าเป็นที่เมืองก็อทแธมอาจจะมีแบทแมนโผล่มาช่วย แต่ที่นี่ประเทศไทย
เราจะอยู่กันอย่างไรในสังคมที่มีผู้คนหลากหลาย ต่างนิสัยใจคอ จะเอาตัวรอดจากความกดดัน ความอึดอัด รวมถึงความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างไร
ถ้าไม่ต้องอธิบายหลักการและเหตุผลในทางกฎหมาย หรือลากยาวไปถึงเรื่องจิตวิทยาวัยรุ่น ผมคิดเล่นๆ คนเดียวว่าจบเรื่องนี้ด้วยการที่แบทแมนมาช่วยคลี่คลายเหตุการณ์ก็คงจะดี
กุมภาพันธ์ 2560
03 กันยายน 2560
การศึกษาแบบไทย
23 สิงหาคม 2560
บทสรุป AFF U-16 Championship 2015
นอกเหนือจากความภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการคว้าแชมป์อาเซียนและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ชนิดที่ไม่รู้ว่าตัวผมเองจะมีโอกาสแบบนี้อีกหรือเปล่าแล้ว ยังมีอีกสองสามเรื่องที่ผมอยากจะพูดถึงเป็นการส่งท้าย ซึ่งอาจจะถือว่าเป็นส่วนที่เปลี่ยนไปของชีวิตผมก็ว่าได้
🔸 ผมกลายเป็นคนถือเคล็ด
อาจเพราะบทบาทหน้าที่ของผมในครั้งนั้นคือเลขานุการทีมชาติไทยซึ่งคอยดูแลประสานงานอำนวยความสะดวกให้กับทีม พูดให้ง่ายเข้าคือเรื่องนอกสนามผมเป็นคนจัดการ (ผจก.ทีม และ ผช.ผจก.ทีมติดงานด่วนต้องเดินทางกลับเมืองไทย จึงมอบหมายงานทั้งหมดให้ผมดูแลไปก่อน) ส่วนในสนามและการแข่งขันเป็นเรื่องของสตาฟโค้ช ทำให้ผมทำได้แค่เพียงเอาใจช่วย ให้กำลังใจทีม พอลุ้นหนักเข้าก็กลายเป็นคิดไปเองว่าการปฏิบัติตัวของเราอาจจะช่วยทีมได้ ประมาณว่าถือเคล็ดนิดหน่อย เช่น ใส่เสื้อตัวเดิมในวันแข่งขันทุกนัด นั่งชมเกมที่ซุ้มม้านั่งสำรองไม่นั่งบนอัฒจรรย์ ไม่กินดื่มสังสรรค์ในคืนก่อนแข่ง ซึ่งเมื่อทำทั้งหมดนี้แล้วบังเอิญทีมชนะมาตลอด มันอาจจะเป็นการคิดไปเอง แต่จนถึงทุกวันนี้เพื่อความมั่นใจบางเรื่องผมยังถือเคล็ดอยู่บ้าง
🔸 ผมเชื่อในโชคชะตา โอกาสและศักยภาพของตัวเองมากขึ้น
โชคชะตาชักนำให้ผมได้พบปะกับคนหลายคนที่ให้โอกาสทำในสิ่งที่ผมไม่เคยได้ทำ ได้มาเรียนรู้สิ่งใหม่ ได้ทำงานที่น่าภาคภูมิใจ และถึงที่สุดทำให้ผมมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองว่าเมื่อโอกาสมาถึง ผมก็ทำได้และทำได้ดีเสียด้วย
ขอพูดถึงต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้เกิดมาจากเพื่อนสมัยมัธยมของผมคนหนึ่งชื่อว่า อ๋อ ตั้งแต่เรียนจบ ม.ปลาย ผมไม่เคยเจอกับอ๋อเลย มาเจอกันอีกทีก็ผ่านไปกว่ายี่สิบปี อ๋อชวนผมให้มาช่วยทำทีมอุบลยูเอ็มทียูไนเต็ด สักพักอ๋อก็ส่งผมมาทำงานทีมชาติ ผมทำงานร่วมกับอ๋อปรึกษาหารือทั้งเรื่องส่วนตัวเรื่องงาน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับการทำทีมฟุตบอลกันอยู่เป็นเวลาเกือบปี และเมื่อเวลานั้นมาถึงเราสองคนก็แยกย้ายกันไปอีกครั้งเหมือนกับก่อนที่เราจะพบกัน นี่คือโชคชะตา
สิ่งที่อ๋อทิ้งไว้คือแรงผลักดันส่วนหนึ่งให้ผมลาออกจากงานที่ทำมา 13 ปี ไปอยู่ที่ใหม่ งานใหม่ และทำให้ผมคิดมองหาโอกาสใหม่และพร้อมที่จะคว้าโอกาสอยู่เสมอ ซึ่งต้องขอยกความดีส่วนนี้ให้เพื่อน
การที่ผมได้ร่วมงานกับโค้ชฟุตบอลที่มีความสามารถ โค้ชพยงค์ โค้ชธร โค้ชบลู โค้ชคง โค้ชเคย์ และเจ้าหน้าที่ทีม พี่เก๋ พี่นุ ต๊ะ กาย ขวัญ นก ซึ่งตอนนี้ก็ยังอยู่ในแวดวงฟุตบอลไทยทั้งในระดับฟุตบอลเยาวชนและไทยลีก ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ รวมถึงการได้รู้จักคุ้นเคยกับน้องๆ นักฟุตบอลที่จะเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยในอนาคต การได้พบปะสังสรรค์พูดคุยกับพี่ๆน้องๆ นักข่าวก็เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การจดจำ และเมื่อเวลานั้นมาถึงทุกคนก็แยกย้ายกันไปเหมือนกับก่อนที่เราจะมาพบกัน นี่คือโชคชะตา
ผมขอส่งความปรารถนาดีและความระลึกถึงทุกคนไว้ ณ ที่นี้ด้วย
ขอจบบันทึก AFF U-16 Championship 2015 ที่กว่าจะเขียนตอนจบก็ต้องรอถึงสองปีไว้เพียงเท่านี้
ได้เวลามองหาโอกาสใหม่และขอให้โชคชะตานำพาผมไปสู่ประสบการณ์ที่น่าจดจำแบบนี้อีกครั้ง
ผมเอง
9 สิงหาคม 2560
ตอนที่ 5 ชนะเหมือนได้แชมป์
03 สิงหาคม 2559
ตอนที่ 4 ทำให้เด็กร้องไห้ซะแล้ว
เป็นที่รู้กันดีว่าเวียดนามเป็นประเทศที่คลั่งไคล้เกมลูกหนังมาก ฟุตบอลลีกอาชีพของเวียดนามเริ่มเป็นรูปเป็นร่างก่อนประเทศไทยเสียด้วยซ้ำ โดยในยุคนั้นสโมสรฟุตบอลอาชีพในเวียดนามสามารถจ้างนักเตะชื่อดังค่าตัวแพงของไทยหลายคนไปร่วมงาน เช่น เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และดุสิต เฉลิมแสน เป็นเวลาเดียวกับที่ฟุตบอลลีกอาชีพของไทยยังไม่ได้รับความสนใจเท่าไหร่นัก
ส่วนในฟุตบอลระดับทีมชาติ ทีมชาติเวียดนามมีความมุ่งมั่นที่จะทาบรัศมีและโค่นทีมชาติไทยให้ได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับเยาวชนที่เวียดนามได้พยายามพัฒนานักฟุตบอลสายเลือดใหม่ขึ้นมาและหวังจะเป็นผู้นำในย่านอาเซียนและก้าวไปสู่ระดับเอเชียให้ได้
หากไล่เรียงรายชื่อแต่ละชาติในกลุ่มนี้ซึ่งประกอบด้วย ลาว เวียดนาม ติมอร์ บรูไน และไทย ตามชื่อชั้นแล้วทีมที่ได้รับการคาดหมายว่าจะเข้ารอบรองชนะเลิศคือ ไทยและเวียดนาม แต่กลับเป็นลาวที่ทำผลงานได้ดีคือชนะไทย และเสมอเวียดนาม ทำให้ไทยต้องมาแย่งชิงการเข้ารอบกับเวียดนาม
การแข่งขันระหว่างทีมชาติไทยและทีมชาติเวียดนามไม่ว่าจะเป็นชุดใหญ่หรือชุดเยาวชนก็มีความพิเศษในตัวของมันเองอยู่แล้วทำให้ผมมีความรู้สึกกดดันและตื่นเต้นอยู่พอสมควร
แต่ฝนที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทั้งสองทีมเล่นบอลกันยากขึ้น จนกระทั่งนาทีที่ 35 ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหยุดพักการแข่งขันเนื่องจากฝนที่ตกอย่างหนัก ผมรู้สึกโล่งใจขึ้นมา เพราะทำให้เห็นว่าฝนฟ้าเป็นใจให้กับเราและอย่างน้อยก็ให้เด็กเราได้พักหายใจหายคอบ้างจากที่เจียนไปเจียนอยู่จะเสียประตูอยู่หลายครั้ง
สามสิบนาทีผ่านไป ผู้ตัดสินเรียกทั้งสองทีมกลับลงสนามแข่งขันต่อทันทีที่ฝนซา จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 0 - 0 เริ่มครึ่งหลังมาได้ไม่เท่าไหร่ เราได้ลูกเตะมุมครั้งแรก เปิดลูกเข้ามาหน้าประตูกองหลังเวียดนามสกัดผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเองไป ทีมชาติไทยนำ 1 - 0 แล้วก็เหมือนหนังคนละม้วน เหมือนบอลได้ใจ เหมือนปลาได้น้ำ ฟอร์มการเล่นเราดีขึ้น รูปเกมดีขึ้น และยิงประตูปิดท้ายเอาชนะเวียดนามได้ 2 - 0 ผลการแข่งขันแบบนี้ทำให้ไทยและลาวเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นที่แน่นอน ส่วนเวียดนามตกรอบแรกไป
หลังจบเกมที่ซุ้มม้านั่งสำรอง ผมยืนรอสัมผัสมือกับนักฟุตบอลเวียดนามทั้งตัวจริงและตัวสำรอง ซึ่งส่วนใหญ่เดินร้องไห้น้ำตานองหน้าเข้ามาจับมือกับผมและทีมงานสตาฟโค้ชของเรา ผมก็ได้แต่พูดปลอบใจเด็กพวกนั้นไปพลางคิดในใจว่าช่วยไม่ได้จริงๆ นะน้อง
ตอนที่ 3 เหมือนเป็นคนละทีม
ตอนที่ 2 เมื่ออากาศเป็นใจ
ในระหว่างที่พวกเรากำลังนั่งรถออกจากสนาม ฝนหยุดตกไปได้สักพัก มีนักฟุตบอลสโมสรอาร์มี่ ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลลีกอาชีพของกัมพูชาเตรียมตัวลงซ้อมใช้สนามต่อ ผมคิดกับตัวเองว่าโชคดีแล้วที่เลื่อนการแข่งขัน ถ้าขืนแข่งกันต่อ ฟอร์มการเล่นและรูปเกมแบบนี้พวกเรามีสิทธิ์แพ้
02 สิงหาคม 2559
ตอนที่ 1 คิดทบทวน
จากงานประจำเป็นอาจารย์สอนหนังสือก็ได้ไปเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมฟุตบอลอุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด สักพักก็มีโอกาสทำงานเลขานุการทีมฟุตบอล U16 ทีมชาติไทย ไปแข่งที่เขมร ชนะเวียดนาม ชนะออสเตรเลีย ชนะพม่า ได้แชมป์อาเซียน AFF U16 แถมเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติไทยไปแข่งชิงแชมป์เอเชียรอบคัดเลือกที่สิงคโปร์
แล้วก็ลาออกจากงานที่ทำมา 13 ปี ย้ายไปอยู่ที่ใหม่
ถ้าจะเขียนอะไรเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวก็อยากจะพูดถึงช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานี้มากเป็นพิเศษ
02 ธันวาคม 2556
ความรู้สึกเรื่องการเมืองในเดือนสุดท้ายของปี 2556
- ไม่ควรนำเรื่องการเสียชีวิตไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับฝ่ายใดและความรุนแรงจากการชุมนุมทางการเมืองมาล้อเล่นหรือใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกล่าวหาฝ่ายตรงข้ามกับตน และควรปล่อยให้การสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีเป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายบ้านเมือง
- นปช.คนเสื้อแดงมีสิทธิชุมนุมเพื่อสนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง (และอาจมีความชอบธรรมมากกว่าอีกฝ่ายเสียด้วยซ้ำ) พอๆกับที่ฝ่ายคุณสุเทพชุมนุมต่อต้านรัฐบาล (แล้วไม่เสนอทางออกอะไรที่เป็นประชาธิปไตยเลย)
- หยุดดูถูกดูแคลนผู้ที่มีความเห็นต่างทางการเมืองว่าต่ำต้อยด้อยค่าเป็นขี้ข้าเป็นควายเป็นแมลงสาบไม่มีสิทธิแสดงความคิดเห็นใดๆ เพราะพวกเขาก็เป็นคนไทยเหมือนกันมีสิทธิเท่าเทียมกัน และคนพวกนั้นอาจเป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศที่ต้องให้การยอมรับตามระบอบประชาธิปไตย
- เสียงส่วนน้อยต้องได้รับความคุ้มครองเพื่อให้มีโอกาสโน้มน้าวใจให้คนหันมาสนับสนุนแล้วกลายเป็นเสียงส่วนใหญ่ในสักวันหนึ่ง ไม่ใช่เสียงส่วนน้อยใช้วิธีการที่ผิดกฎหมายเพื่อทำลายความถูกต้องชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตย
- ความคิดเห็นที่แตกต่างกันทางการเมืองเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ประเทศไทยและสังคมไทยต้องอยู่ต่อไปจนกว่าจะถึงวันสิ้นโลก เราไม่อาจจะไปขจัดขับไล่คนที่มีความคิดเห็นไม่เหมือนเราให้หมดไปได้ คำถามที่สำคัญจึงอยู่ที่ว่าเราจะอยู่ร่วมกันอย่างไรมากกว่า
- หลายคนอาจเจอประสบการณ์ที่ครอบครัวพ่อแม่ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงานทะเลาะกันเพราะชอบสีเสื้อคนละสี ก็ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดี มีสติและพึงระลึกไว้อยู่เสมอว่าสิ่งใดมีคุณค่ามากที่สุดสำหรับชีวิต
29 พฤศจิกายน 2556
พ่อผมเป็นแกนนำม็อบ
ลำดับเหตุการณ์เขื่อนปากมูล
.
.
.
19 พ.ค.2532
- มีการจัดตั้งคณะกรรมการรณรงค์คัดค้านเขื่อนปากมูล (กคข.) โดยตัวแทนชาวบ้านหาดคูเดื่อ , พิบูลสงคราม, สท. พิบูลมังสาหาร,สสส.อีสาน,กลุ่มนักกฎหมายจังหวัดอุบลฯ,พ่อค้า โดยมีนายไพฑูรย์ ชอบเสียง เป็นประธาน
.
.
30 ม.ค.2533
- นสพ. Bangkok post รายงานว่าการชี้แจงเรื่องเขื่อนปากมูลของคณะ รมต.เฉลิม เกิดการวอล์คเอาท์ที่ศาลากลางและการโห่ไล่ของชาวบ้านที่ อ.โขงเจียมและ อ.พิบูลฯ
- นสพ.มติชน ,เดลินิวส์ , วัฏจักร ลงข่าวเหตุการณ์ รมต.เฉลิม ชี้แจงเขื่อนปากมูลและถูกฝ่ายค้านวอล์คเอาท์ มีการใช้ท่าทีแสดงอำนาจต่อชาวบ้าน ทำให้เกิดความไม่พอใจรุนแรงมากขึ้น
- สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 และช่อง 9 อสมท. ออกรายการข่าวว่าการชี้แจงของ รมต.เฉลิมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประชาชนอุบลราชธานีสนับสนุนให้มีการสร้างเขื่อนปากมูล
- กคข.โดยนายไพฑูรย์ ชอบเสียง และแม่ใหญ่ต่อม นาจาน ตัวแทนเข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้รัฐบาลและสื่อมวลชนของรัฐวางตัวเป็นกลางและรับฟังเสียงประชาชน
- กลุ่มนักศึกษาอีสาน 17 จังหวัด ม.รามคำแหงเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี ขอให้ทบทวนและระงับโครงการเขื่อนปากมูล
- ราษฏร อ.โขงเจียมและอ.พิบูลฯ 200 คน เดินทางไปวางหรีดประนาม นักจัดรายการ ‘ข่าวบ้านเฮา’ ที่สถานีวิทยุประชาสัมพันธ์อุบลฯ เนื่องจากผู้จัดรายการดังกล่าวออกอากาศโจมตีผู้ค้านเขื่อนว่าเป็นผู้ไม่หวังดีต่อบ้านเมือง ขัดขวางความเจริญเป็นเครื่องมือของมือที่สาม
- มีการทำลายบอร์ดนิทรรศการ ‘ความรู้เรื่องเขื่อนปากมูลและผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม’ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณแก่งสะพือ
11-14 ก.พ.2533
ราษฎรจากอ.โขงเจียมและ อ.พิบูลฯประมาณ 2,000 คน ชุมนุมที่แก่งสะพือและเคลื่อนตัวไปที่ศาลากลางจังหวัดอุบลฯเพื่อยื่นหนังสือประท้วง และเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวน และระงับโครงการเขื่อนปากมูล ผ่านนายสายสิทธิ์ พรแก้ว ผวจ.อุบลฯการชุมนุมได้ ดำเนินไป 3 วัน 3 คืน ทางจังหวัดได้รายงานเหตุการณ์ที่บิดเบือนไปยังกระทรวงมหาดไทย ทำเนียบรัฐบาลและสื่อมวลชน มีการจ้างเกณฑ์ราษฎรจากอำเภอต่างๆ มาเป็นม๊อบสนับ สนุนเพื่อให้เกิดการปะทะฝ่ายค้าน การตัดน้ำ ไฟ บริเวณที่ชุมนุม มีการนำลวดหนาม กำลัง ทสปช. ตำรวจ ทหาร พร้อมอาวุธสงครามมาล้อมรอบกลุ่มผู้ชุมนุม มีใบปลิวโจมตีกล่าวหาผู้คัดค้านว่าเป็นคอมมิวนิสต์
.
.
.
จาก http://www.oocities.org/munriver_2000/even.html
ความทรงจำในเรื่องคัดค้านเขื่อนปากมูลของผมไม่ค่อยชัดเ้จนนัก อาจเป็นเพราะตอนนั้นอายุเพียง 12 - 13 ปี จำได้ว่าช่วงเวลานั้นพ่อคัดค้านการสร้างเขื่อนปากมูล ผมก็ติดสติ๊กเกอร์คัดค้านเขื่อนที่กระเป๋านักเรียนถือไปโรงเรียน ดูข่าวพ่อพาคนไปประท้วงที่หน้าศาลากลางจังหวัด ทีวีออกข่าวว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเผาบัตรประชาชน แต่ก็ไม่รู้ว่าพ่อผมเผาบัตรไปกับเขาด้วยหรือเปล่า
พ่อเคยลงสมัครทั้ง ส.ท. ส.จ. และ ส.ส. หลายครั้ง จนกระทั่งช่วงท้ายของชีวิต พ่อได้รับเลือกตั้งเป็น ส.จ. ถ้าพูดถึงความเป็นนักการเมือง พ่อผมก็คงเป็นนักการเมืองประเภทที่มีจุดเริ่มต้นเข้าสู่แวดวงการเมืองด้วยอุดมการณ์อย่างแท้จริง ซึ่งผมก็ภาคภูมิใจในเรื่องนี้มาโดยตลอด
คำถามสำคัญที่ผมอยากจะรู้จากพ่อในตอนนี้ก็คือว่า ถ้าพ่อยังมีชีวิตอยู่ พ่อจะเสื้อสีอะไร??!! 555
หมายเหตุ
ภาพประกอบ: สแกนด้วยตัวเอง บางรูปมีข้อความเขียนด้านหลังด้วยลายมือของพ่ออธิบายเหตุการณ์
เสรีนิยมกับบัวสามเหล่าสี่เหล่า
อย่างไรก็ดีเมื่อพิจารณาตามนัยยะของดอกบัวแล้วก็จะพบว่าพระพุทธองค์พิจารณาแล้วว่ามนุษย์อย่างพวกเราสามารถเรียนรู้พระธรรมคำสั่งสอนและมีโอกาสที่จะบรรลุธรรมและหลุดพ้นจากทุกข์ได้ พูดให้ง่ายเข้าคือ ทุกคนมีโอกาสเป็นคนดีได้ ดังนั้นก็อย่าเพิ่งหมดหวังกับเพื่อนมนุษย์นะครับ
17 พฤศจิกายน 2556
ทำไมวันเพ็ญเดือนสิบสองถึงมาอยู่ในเดือนพฤศจิกายน
10 พฤศจิกายน 2556
ญาติพี่น้อง
นิธิ เอียวศรีวงศ์. (2556, 1-7 พฤศจิกายน). วงศ์วารวิทยาและประวิติศาสตร์. มติชนสุดสัปดาห์, 34 (1733) :หน้า 30.
06 ตุลาคม 2554
25 กันยายน 2554
SUDDENLY!!!
Yesterday, all my troubles seemed so far away.
Now it looks as though they're here to stay.
Oh, I believe in yesterday.
Suddenly,
I'm not half the man I used to be,
There's a shadow hanging over me,
Oh, yesterday came suddenly.
Why she had to go
I don't know she wouldn't say.
I said something wrong,
Now I long for yesterday.
Yesterday, love was such an easy game to play.
Now I need a place to hide away.
Oh, I believe in yesterday.
Why she had to go
I don't know she wouldn't say.
I said something wrong,
Now I long for yesterday.
Yesterday, love was such an easy game to play.
Now I need a place to hide away.
Oh, I believe in yesterday.
Mm mm mm mm mm mm mm.
17 ตุลาคม 2553
ถึงเพื่อน
Good friends are like stars-you don't always see them, but you know they are always there.
ประโยคข้างบนเป็นคำนิยามที่ดีที่สุดเท่าที่จะนึกออกเวลาที่คิดถึงมึง จริงๆแล้วกูก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรจริงจังกับมึงเท่าไหร่ เพราะทุกทีที่เจอกันก็จะเจอพร้อมๆกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ แต่พอมึงไม่อยู่แล้ว กูมานั่งจิตตก (คำทีแม่กูใช้เรียกกูช่วงนี้) ทำให้ได้รู้ว่ามึงมาอยู่ในเหตุการณ์ต่างๆของชีวิตกูและเพื่อนๆมากทีเดียว เหมือนกับที่เพื่อนทุกคนระลึกถึงมึง
เรารู้จักเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ปี 2532 มาอยู่ ม.1 ห้องเดียวกัน ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่า 32 จะกลายเป็นตัวเลขที่ต้องจดจำไปตลอดชีวิต เป็นทั้งปีที่เราพบกัน ใช้เป็นชื่อกลุ่มเพื่อน ม.ต้นที่เราตั้งขึ้น และเป็นอายุของมึง
ช่วง ม.ต้น สิ่งที่กูจดจำได้คือมึงคือหลิวเต๋อหัวในหนังเรื่องผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ และช่วงจบม.3 ที่เราไปกรุงเทพฯ ไปบ้านโอ๋ อติชัยด้วยกัน ได้พากันไปเที่ยวพัทยา ได้ดูหนังรองต๊ะแล่บแปล็บที่ดูกันรอบเดียวไม่หน่ำใจ มีใครบ้างวะ มึง กู เอ ออฟ เบิร์ด บอล ใครอีกนึกไม่ออก
ม.ปลาย แยกไปอยู่คนละห้อง มึงก็ไปเป็นนักฟุตบอลทีมโรงเรียนกับบักบอลที่มักจะไปแข่งกับคนอายุน้อยกว่า
จบ ม.ปลายไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ก็ตามไปเจอกันบ้านช้ายที่สะพานควาย สนุกสนานกันตามประสาวัยรุ่น พอช้ายไปเป็นพระช้าย ก็เแยกย้าย
ใครๆ ก็ว่ามึงเป็นคนขี้เกรงใจ มักจะตามใจเพื่อน แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ขัดกันประจำจะเลิกคบกันหลายครั้งคือบักเอ อาจเป็นเพราะมึงรู้นิสัยมัน ซึ่งทำให้มึงสองคนกลายเป็นเพื่อนรักกัน
พอได้กลับมาอยู่อุบล ก็เจอกันบ่อยขึ้นตั้งแต่ร้านที่เพื่อนมาเปิดกันข้างร้านเกรซที่มีบักโก้ทำหน้าที่เฝ้าร้าน รวมถึงร้านบักบอล
ปลายปี 2551 กลุ่มเพื่อนเบ็ญ 32 รวบรวมเพื่อนโรงเรียนเบ็ญ ม.ต้นมาพบปะกันเกือบทุกเดือน เพื่อนๆ บอกให้กูเป็นประธาน แต่จริงๆน่าจะเป็นมึงมากกว่า เพราะทุกอย่างมึงบริหารจัดการได้ดีกว่ากู กูยังต้องขอร้องมึงหลายเรื่อง อย่างเรื่องเสื้อที่เราทำ มึงก็เป็นธุระไปหาแบบเสื้อ หาร้าน พากูไปสั่ง ออกเงินให้ก่อน เงินที่ขายได้ ก่อนที่จะคืนให้มึง กูยังขอยืมถือไปเรียนภาษาอังกฤษที่ปีนังก่อน มึงก็ไม่ว่าอะไรแถมยังมาดีใจและตื่นเต้นกับกูอีกที่กูเรียนด๊อกเตอร์ บอกว่าดีใจที่จะมีเพื่อนเป็นด๊อกเตอร์ (จนป่านนี้กูยังไม่ได้เป็นด๊อกเตอร์ให้มึงเลย)
ตอนที่มึงกับกูเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวงานแต่งบักเก๋ กูไปได้ยินมาจากใครก็ไม่รู้บอกว่า ให้เพื่อนเจ้าบ่าวกลัดเข็มกลัดที่เสื้อเป็นเคล็ดเอาไว้ เพื่อจะได้แต่งงาน กูก็บอกมึงไป พอไปถึงงานกูยังจำได้ มึงรีบมาลูบๆเสื้อกูใหญ่ แล้วมาถามว่ากูกลัดเข็มกลัดมาไม๊ กูบอกกูลืม แต่กูก็ไม่ได้ถามมึงว่ากลัดมาไม๊ แต่คิดว่ามึงคงกลัดมา ตอนนั้นกูยังมานึกขำในใจว่ามึงคงกลัวไม่ได้แต่งงาน แล้วมึงก็ได้แต่งงาน ให้เกียรติกูกับบักเอเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว เสื้อเบอร์ 32 เพื่อนๆ ก็ใส่ไปร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
สิ่งที่มึงถามกูบ่อยๆคือเมื่อไหร่จะแต่ง.... กูว่าจะรอเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวงานบักเอก่อน เขาว่ากันว่าอย่าให้เกินสามงานกูยังมีโควต้าเหลือ
ปลาแสนตัวที่กลายเป็นตำนาน เพื่อนๆมักจะพูดกันเสมอว่าจะไปหามึงที่ตระการ มึงก็บอกว่าให้มาที่สวนมีปลาแสนตัว จนทุกวันนี้ถมที่กลายเป็นที่ทำงานบักอาร์ทไปแล้ว ก็ไม่ได้ไปสักที
เมื่อภาระหน้าที่การงานของแต่ละคนมากขึ้น เพื่อนๆ ก็เจอกันน้อยลง แต่มึงก็ยังอุตส่าห์มาเจอเพื่อนทุกครั้งที่มีโอกาส วันเกิดกูมึงก็พาหมอแหนมมา ปากกาที่มึงให้กูก็ยังได้ใช้อยู่จนทุกวันนี้
เราไม่ได้คุยอะไรกันจริงๆจังๆเท่าไหร่ กูได้รู้ข่าวความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของมึงจากเพื่อนๆซะส่วนใหญ่ หรือไม่ก็ฟังจากที่มึงเล่าให้เพื่อนฟัง วันสุดท้ายที่กูเจอมึงคือวันที่ 30 สิงหา มึงโทรตามกูไปกินลาบเป็ด กูก็ไม่ค่อยได้คุยกับมึงอยู่ดี ฟังแต่พวกมึงคุยกันเรื่องลูกกับเรื่องงาน
แบงค์...สิ่งที่มึงทำ สิ่งที่มึงเป็น ล้วนแต่เป็นสิ่งที่น่าประทับใจ เป็นเรื่องดีๆ และมึงเป็นเพื่อนที่ดีของกู
R.I.P. BANK, my no.1 good friend



























